• October 5, 2022

เคลือบสี เคลือบซิลิโคน เคลือบแก้ว  จำเป็นไหม คนรักรถอ่านก่อนตัดสินใจ

เคลือบสี เคลือบซิลิโคน เคลือบแก้ว  จำเป็นไหม คนรักรถอ่านก่อนตัดสินใจ

การเห็นรถยนต์คันโปรดดูใหม่เงางามอยู่เสมอ ถือเป็นความสุขอย่างหนึ่งของคนรักรถ ซึ่งในปัจจุบันมีเทคโนโลยีในการดูแลรักษารถยนต์มากมาย เช่น เคลือบสี เคลือบซิลิโคน เคลือบแก้ว  ซึ่งหลายท่านอาจจะยังไม่เข้าใจว่าการเคลือบแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร และมีความจำเป็นอย่างไร

ประเภทการเคลือบสีรถยนต์
การเคลือบแว็กซ์ (Wax) ทำหน้าที่เหมือนฟิล์มบางๆ เคลือบผิวรถไว้ ทำให้น้ำไม่เกาะผิวรถ ปกป้องสีจากความร้อน คราบสกปรกต่างๆ และทำให้สีรถสดใสมีชีวิตชีวา แต่การเคลือสีจะมีอายุการใช้งานน้อย สามารถอยู่ได้นานประมาณ 1-3 เดือน แต่ข้อดีของการเคลือสี คือ ราคาค่อนข้างถูก และหาซื้อง่าย มีหลายยี่ห้อให้ได้เลือก สามารถทำเองได้ที่บ้าน  นอกจากนี้การเคลือบแว็กซ์ยังมีให้เลือกใช้งาน 2  แบบ โดยแบบแรกเคลือบแว็กซ์แบบครีม หรือ คาร์นูบาร์แว็กซ์ จะช่วยเพิ่มความเงาให้กับรถ ลักษณะการใช้งานก็ต้องทำความสะอาดพื้นผิวให้เรียบร้อย ป้ายครีมลงบนพื้นผิวที่ต้องการ และลงมือขัดวนจนกว่าบริเวณนั้นจะขึ้นเงา ที่สำคัญต้องไม่มีคราบของน้ำยาเคลือบเงาหลงเหลืออยู่ ส่วนแบบที่ 2 คือ เคลือบแว็กซ์แบบน้ำ หรือ โพลิเมอร์ซีลแลนท์  จะทนความร้อนได้ดีกว่า สำหรับน้ำยาเคลือบแว็กซ์ ราคาเริ่มต้นที่ 300-700 บาท ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและคุณสมบัติของน้ำยาด้วย
การเคลือบซิลิโคลน (Silicone Coating) ผลิตภัณฑ์ที่ใช้จะทำมาจาก Silicone Resin การเคลือประเภทนี้จะช่วยป้องกันรอยขีดข่วน ทนแสง UV ได้ดี และอยู่ได้นานกว่าการเคลือบแบบแว็กซ์ ราคาสูงกว่า แต่ถ้าต้องการให้รถดูใหม่ ทนต่อแสงแดด และยังช่วยขจัดสิ่งสกปรกต่างๆ เช่น ฝุ่น ควัน มูลนก คราบน้ำมัน หรือคราบฝนกรด ไม่ทำลายสีรถยนต์ ซึ่งช่วยป้องกันได้ดีระดับหนึ่งเลย อายุการใช้งานอยู่ประมาณ 1 ปี

การเคลือบแก้ว ( glass coating ) การเคลือบประเภทนี้มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง แต่หากเทียบกับคุณภาพและอายุการใช้งานแล้ว ถือว่าการประเภทนี้คุ้มค่าที่สุด สารเคลือบทำมาจากซิลิกา (Silica) ทำให้รถเงางามคล้ายแผ่นกระจก ลดปัญหาคราบเปื้อนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ฝุ่น ยางมะตอย คราบหยดน้ำ หรือคราบฝังลึกก็สามารถทำความสะอาดได้ง่าย ทั้งนี้ยังป้องกันรอยขนแมว รอบขีดข่วนได้อีกด้วย
การเคลือบแก้วแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ การเคลือบแก้วด้วยวิธีการพ่น เป็นการพ่นสีเหมือนกับระบบพ่นทั่วไป เพื่อให้น้ำยาซึมบนสีรถแน่นและติดทนนาน ส่วนอีกแบบเป็นการเคลือบแก้วด้วยวิธีการทา โดยใช้น้ำยาเคลือบทาลงไป น้ำยาจะช่วยปรับสีรถให้เงางามมากขึ้น แต่อายุเวลาใช้งานจะน้อยกว่าการเคลือบแก้วด้วยวิธีการพ่น จึงมีราคาถูกกว่า ขั้นตอนการลงน้ำยาเคลือบแก้ว สิ่งที่สำคัญคือการเตรียมพื้นผิวของรถ ต้องทำการขัดสิ่งสกปรกและรอยต่างๆออกให้หมด ขึ้นตอนนี้จำเป็นต้องใช้ความละเอียดเป็นอย่างมาก ราคาสำหรับการเคลือแก้ว เริ่มต้นที่ 10000- 40000 บาททั้งนี้ราคาขึ้นกับอายุการใช้งานด้วย

น้ำยาเคลือบใช้แล้วดีอย่างไร
1. ช่วยป้องกันรอยขีดข่วน เพราะต้องใช้รถเดินทางอยู่ตลอดเวลาจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเกิดรอยขีดข่วน การเคลือบสีรถจึงเป็นตัวช่วยสำคัญ เพราะน้ำยาเคลือบจะเป็นเหมือนเกาะป้องกันจากสิ่งที่ทำให้เกิดรอยได้นั่นเอง
2. ทำความสะอาดง่ายยิ่งขึ้น เมื่อมีการใช้น้ำยาเคลือบสีรถอยู่เป็นประจำ คุณจะทำความสะอาดง่ายขึ้น เนื่องจากผิวของรถมีความลื่นจึงทำให้สิ่งสกปรกหลุดออกง่าย
3. รถเงางามากยิ่งขั้น ดูใหม่ตลอดเวลา รวมทั้งป้องกันจากแสงแดดที่จะทำลายสีถของรถให้ซีดลงอีกด้วย

เลือกการเคลือบแบบไหนดี ให้เหมาะกับการใช้งาน
อันดับแรกก่อนที่จะเลือกเคลือบสีรถยนต์ คุณควรทราบอายุการใช้งานของการเคลือแต่ละประเภทเสียก่อน เพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน และเงินที่ต้องเสียไป
1. การเคลือบแว็กซ์ แบบครีม อายุการใช้งาน ประมาณ 3-4 วัน ส่วนแบบน้ำจะอยู่ได้นานว่าถึง 3-4 สัปดาห์
2. การเคลือบซิลิโคน อายุการใช้งาน 1 ปี
3. การเคลือบแก้ว อายุการใช้งาน 3-5 ปี

น้ำยาเคลือบรถสูตรไหนที่นิยม
น้ำยาเคลือบรถสีดำ เป็นสูตรน้ำยาที่ใช้สำหรับรถโทนสีเข้ม เช่น สีดำ สีน้ำเงิน สีแดง เนื่องจากผลิตภัณฑ์จะช่วยให้รถดูเงางามมากยิ่งขึ้น
น้ำยาเคลือบรถสีขาว เป็นสูตรน้ำยาที่ใช้สำหรับรถโทนสีอ่อน เช่น สีขาว สีบลอนด์ทอง น้ำยาสูตรนี้จะช่วยให้รถดูใหม่ตลอดเวลา และช่วยลดปัญหาการเกิดคราบเหลืองติดรถด้วย

ศึกษาน้ำยาเคลือบให้ดี
อันดับแรกเลือกใช้น้ำยาเคลือสีรถที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับรถของท่าน เพราะถึงแม้ว่าจะเลือกใช้บริการร้านที่มีคุณภาพ แต่ถ้าใช้น้ำยาที่ไม่ตรงกับความต้องการและไม่มีมาตรฐานก็จะส่งผลเสียกับรถที่คุณรักนั่นเอง ซึ่งน้ำยาเคลือบสีรถมีให้เลือกมากมาย ทั้งในรูปแบบครีม สเปรย์ แว็กซ์ เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน หรือหากไม่ทราบว่าควรเลือกน้ำยาเคลือแบบไหนดี วันนี้มีข้อแนะนำเพื่อช่วยคุณตัดสินใจง่ายขึ้น
1. เลือกน้ำยาเคลือบที่สามารถใช้ได้ทุกพื้นผิว
น้ำยาเคลือบรถมีหลากหลายประเภท บางรุ่นถูกออกแบบมาเพื่อเคลือบส่วนของสีรถเพียงอย่างเดียว ขณะบางรุ่นใช้งานได้สารพัดประโยชน์ หากใช้น้ำยากับวัสดุที่ไม่สามารถใช้งานได้ จะทำให้เกิดความเสียหายกับวัสดุนั้น จะมากหรือน้อยทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของย้ำยาที่ใช้ด้วย ความเสียหายที่พบบ่อย เช่น สีเดิมหลุดลอก มีรอยด่าง ผิวสัมผัสเปลี่ยนไป เป็นต้น การเลือกน้ำยาที่สารมาถใช้งานได้ทุกสภาพผิวจึงตอบโจทย์มากที่สุด สะดวกในการใช้งาน ไม่ต้องคอยกังวลใจหรือหลีกเลี่ยงบริเวณไหนเป็นพิเศษ ลดค่าใช้จ่ายไม่ต้องมีน้ำยาเคลือบหลายขวด ถ้าไม่สามารถหาน้ำยาเคลือที่ครอบคลุมทุกชิ้นส่วน อย่างน้อยควรใช่ได้กับพื้นผิวที่เชื่อมติดกัน เช่น น้ำยาเคลือบควรใช้ได้กับโลหะ พลาสติก และโครเมียม เป็นต้น
2. เลือกน้ำยาเคลือบที่แห้งไวและติดทนนาน

น้ำยาเคลือบแต่ละประเภทใช้เวลาตั้งแต่เริ่มเคลือบไปจนแห้งสนิทแตกต่างกัน ถ้าต้องมีการขัดถูจนขึ้นเงาส่วนใหญ่จะแห้งช้ากว่าแบบที่พ่นแล้วเช็ดเพียงรอบเดียว ดังนั้นควรพิจารณาระยะเวลาที่ต้องรอจนกว่าน้ำยาเคลือบจะแห้งสนิท โดยนับหลังจากเสร็จสั้นการขัดถูทั้งหมดแล้ว น้ำยาเคลือบไม่ควรแห้งก่อนที่จะขัดเงาจนทั่วและไม่ควรพักทิ้งไว้นานจนเกินไป อีกข้อหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ ความคงทนขิงชั้นเคลือบ น้ำยาเคลือบที่มีคุณภาพต้องติดทนตาทเวลามาตรฐาน เช่น การเคลือบแว็กซ์ ควรติดทนอย่างน้อย 3 วัน การเคลือบซิลิโคนต้องติดทนอย่างน้อย 1 ปี และการเคลือบแก้วต้องติดทนอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป หากพบว่าประสิทธิถาพของน้ำยาไม่ตรงตามมาตรฐานอาจจะต้องเปลี่ยนเป็นยี่ห้ออื่น หรือหากใช้น้ำยาเดิมจะคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปหรือไม่

สำหรับคนรักรถ จะมีอะไรกชดีกว่าการได้เห็นรถดูใหม่อยู่ตลอดเวลา น้ำยาเคลือบจึงเป็นตัวช่วยที่ดี ที่ขาดไปไม่ได้ แต่ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐานและมีคุณสมบัติตรงตามการใช้งาน อย่าใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีราคถูกเกินไป เพราะมีความเสี่ยงที่จะทำให้รถเกิดความเสียหายได้ และหากต้องการทดลองใช้ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อใหม่ ควรสังเกตความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์แรกที่ใช้ด้วย เพราะหากเกิดความเสียหายจะแก้ไขได้ทัน

ส่วนข้อดีของการเคลือบแก้วนั้นเป็นสุดยอดที่สุดแห่งการดูแลรักษาสีรถยนต์มากกว่าการเคลือบสีด้วยเทคโนโลยีการไล่น้ำที่ทำได้อย่างรวดเร็วทำให้การล้างรถของเรานั้นทำได้อย่างง่ายได้ ไม่ต้องง้อแม้กระทั่งน้ำยาล้างรถ การขับผ่าฝนก็จะทำให้น้ำฝนที่โดนรถไหลออกอย่างรวดเร็วและทำให้ตัวรถแห้งเหมือนรถไม่เคยโดนฝนมาก่อน การเคลือบแก้วนั้นจะทำให้ความเงาของสีรถออกมาได้อย่างเต็มที่ แต่การที่จะทำได้นั้นต้องอาศัยบุคลากรที่มีประสบการณ์และความสามารถด้วย

 

โรงเรียนสอนขับรถศรีสะเกษ